พื้นไม้รอบสระเลือกอย่างไร? สิ่งที่ต้องพิจารณาเรื่องพื้นเปียก แดด และการใช้งาน

พื้นไม้รอบสระ ทนแดดและกันลื่น เลือกอย่างไรให้เหมาะกับพื้นที่

เมื่อพูดถึงบริเวณสระว่ายน้ำ ภาพแรกที่ปรากฏในความรู้สึกมักเป็นความผ่อนคลายและบรรยากาศอันเงียบสงบ แต่ในมุมมองของนักออกแบบและวิศวกร สเปซแห่งนี้คือหนึ่งในโซนที่ต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่หนักหน่วงที่สุดของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการปะทะกับรังสี UV ตลอดวัน ความเปียกชื้นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมไปถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานที่เดินเท้าเปล่าบนพื้นผิว โดยไม้ธรรมชาติทั่วไปอาจเกิดเสี้ยนไม้ ผิวแตกร้าว บิดตัว หรือผุกร่อนเมื่อสัมผัสแดดและความชื้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงกระทบความสวยงาม แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเท้าและลื่นล้มได้

การคัดสรรวัสดุสำหรับงาน Landscape และพื้นที่ Outdoor จึงไม่ใช่เพียงการเลือกตามความชอบทางศิลปะ แต่ต้องประเมินประสิทธิภาพการใช้งานจริงอย่างรัดกุม พื้นไม้รอบสระนับเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่มอบความอบอุ่นให้แก่อาคาร ทว่าการจะเลือกใช้วัสดุประเภทนี้ให้คุ้มค่าและคงความงดงามได้ยาวนาน จำเป็นต้องเข้าใจคุณลักษณะทางวัสดุศาสตร์อย่างถ่องแท้

3 ความท้าทายของพื้นที่ริมสระน้ำ สู่การแก้ปัญหาด้วย Hybrid Wood Decking

3 ความท้าทายของพื้นที่ริมสระน้ำ สู่การแก้ปัญหาด้วย Hybrid Wood Decking

การใช้วัสดุไม้ธรรมชาติในพื้นที่เปียกชื้นมักตามมาด้วยภาระการบำรุงรักษาที่คาดไม่ถึง SOLUMAT ขอแนะนำโซลูชัน Hybrid Wood Decking ไม้พื้นเทียมภายนอกที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรับมือกับความท้าทายของงานสถาปัตยกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะ

1. ความเสี่ยงจากการลื่นล้ม (Slip Hazard)

ความท้าทาย: บริเวณที่เปียกน้ำตลอดเวลาเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะกับเด็กและผู้สูงอายุ วัสดุปูพื้นจึงต้องมีค่าความฝืดที่เพียงพอ 

โซลูชัน: ไม้พื้นเทียมสามารถปรับแต่งผิวหน้า (Surface) ได้ตามต้องการ การเลือกเทกซ์เจอร์แบบเซาะร่อง (Groove) หรือผิวปัดเสี้ยน (Brush) จะเพิ่มการยึดเกาะให้กับฝ่าเท้า มอบความปลอดภัยสูงสุดแม้ในขณะที่พื้นเปียกชุ่ม

2. การเสื่อมสภาพจากความร้อนและรังสี UV (Heat & Weathering)

ความท้าทาย: วัสดุที่อยู่กลางแจ้งมักเกิดการบิดตัว โก่งงอ หรือมีสีสันที่ซีดจางหมองคล้ำเมื่อต้องตากแดดสลับกับโดนน้ำ 

โซลูชัน: โครงสร้างของ Hybrid Wood ผสานความเหนียวแน่นของพลาสติกวิศวกรรมเข้ากับผงไม้ จึงมีอัตราการยืดหดตัวต่ำมาก ทนทานต่อรังสี UV ช่วยให้เฉดสีมีความสม่ำเสมอ รักษาภาพลักษณ์ของงานสถาปัตยกรรมให้คงความมี Character อยู่เสมอ

3. ภัยเงียบจากความชื้นสะสม (Moisture & Fungi)

ความท้าทาย: ไม้ธรรมชาติมีคุณสมบัติดูดซับน้ำ ซึ่งนำไปสู่การสะสมของตะไคร่น้ำ คราบเกลือจากสระ และปัญหาเชื้อรา 

โซลูชัน: วัสดุทดแทนประเภทนี้มีอัตราการซึมน้ำที่ต่ำมากจนแทบจะเป็นศูนย์ ป้องกันการเกิดคราบสกปรกฝังลึก และดูแลทำความสะอาดได้ง่ายดายเพียงแค่ใช้น้ำฉีดล้าง

เจาะลึก 2 ซีรีส์ไม้พื้นภายนอก ศิลปะที่มาพร้อมหลักวิศวกรรม

เจาะลึก 2 ซีรีส์ไม้พื้นภายนอก ศิลปะที่มาพร้อมหลักวิศวกรรม

เพื่อตอบสนองเงื่อนไขของโครงสร้างที่แตกต่างกัน ผลิตภัณฑ์ไม้พื้นภายนอกของ SOLUMAT จึงแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ซึ่งสะท้อนแนวคิด Argineer (การผสานงานสถาปัตย์และวิศวกรรม) ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

TIMBER DECKING: ไม้พื้นชนิดตัน หนักแน่นและรองรับทุกกิจกรรม

ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักและแรงกระแทกได้อย่างเต็มพิกัด เหมาะสำหรับพื้นที่ส่วนกลางของโรงแรม รีสอร์ต หรือลานกิจกรรม (Terrace) ที่มีผู้คนสัญจรพลุกพล่าน โดดเด่นด้วยการทำขอบมุมโค้งมนที่ดูละมุนตา

  • AP-03 ขนาด 25×75 mm. | น้ำหนัก 2.40 kg/m.
  • AP-04 ขนาด 25×100 mm. | น้ำหนัก 3.19 kg/m.
  • AP-06 ขนาด 25×150 mm. | น้ำหนัก 4.77 kg/m.

LITE DECKING: ไม้พื้นตันท้องเว้า นวัตกรรมเพื่อการลดน้ำหนักโครงสร้าง

ซีรีส์นี้ดึงหลักการออกแบบสะพานโค้ง (M-Shape) มาประยุกต์ใช้กับแผ่นไม้พื้น ทำให้ตัววัสดุมีน้ำหนักเบาลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงกระจายแรงกดทับได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับงานรีโนเวทระเบียง หรือพื้นที่ที่ต้องการลดภาระน้ำหนักของโครงสร้างเดิม

  • GPM-04 / LPM-04 ขนาด 23×100 mm. | น้ำหนัก 2.38 / 2.18 kg/m.
  • GPM-06 / LPM-06 ขนาด 23×140 / 23×150 mm. | น้ำหนัก 3.33 / 3.41 kg/m.
กำหนด Style Unique ด้วยเฉดสีและเทกซ์เจอร์เฉพาะตัว

กำหนด Style Unique ด้วยเฉดสีและเทกซ์เจอร์เฉพาะตัว

งานออกแบบที่ดีคือการควบคุม Mood & Tone ให้ไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด Hybrid Wood Decking จึงเตรียมตัวเลือกที่หลากหลายเพื่อให้สเปซของคุณสะท้อนเอกลักษณ์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

  • 12 เฉดสีเพื่อทุกบริบทการออกแบบ: ตั้งแต่ความอบอุ่นแบบคลาสสิก (Golden Teak, Teak, Thai Teak, Maple, Cherry), ความสุขุมนุ่มลึก (Red Oak, Dark Oak, Chocolate, Dark Chocolate, Brown) ไปจนถึงอารมณ์แบบโมเดิร์นร่วมสมัย (Grey, Black)
  • มิติของผิวหน้าวัสดุ: สามารถระบุผิวสัมผัสให้เข้ากับพฤติกรรมการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นแบบเซาะร่อง (Groove G/L, Widest, Medium Wide, Small Wide), หน้าลายไม้ (Texture, Sharp Woodgrain Z), ผิวเรียบ (Sandbrush A) หรือแบบปัดเสี้ยน (Brush) ที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: หากเป็นไม้ธรรมชาติอาจเกิดคราบหรือผุกร่อนได้ แต่สำหรับ Hybrid Wood Decking ซึ่งมีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำมาก จะไม่ทำปฏิกิริยากับความเค็มหรือคลอรีน จึงมั่นใจได้ในเรื่องความทนทานระยะยาว

A: ควรพิจารณาจากข้อจำกัดของโครงสร้างเดิมเป็นหลัก หากปูบนโครงสร้างที่ออกแบบมารับน้ำหนักได้เต็มที่ รุ่น Timber จะตอบสนองการใช้งานหนักได้ดีเยี่ยม แต่หากเป็นงานปรับปรุงพื้นที่ที่ต้องระมัดระวังเรื่องน้ำหนักกดทับ รุ่น Lite (M-Shape) จะเป็นทางออกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากกว่า

A: แนะนำให้หลีกเลี่ยงผิวเรียบ และหันมาใช้ผิวสัมผัสแบบเซาะร่อง (Groove) หรือผิวปัดเสี้ยน (Brush) เนื่องจากร่องบนพื้นผิวจะทำหน้าที่รีดน้ำและเพิ่มแรงเสียดทานให้กับฝ่าเท้า ช่วยลดความเสี่ยงในการลื่นล้มได้อย่างมีนัยสำคัญ

เปลี่ยนแนวคิดบนแผ่นกระดาษ ให้กลายเป็นสเปซที่จับต้องได้

เบื้องหลังสถาปัตยกรรมที่งดงาม มักซ่อนความละเอียดอ่อนในการตัดสินใจเลือกวัสดุอยู่เสมอ การจัดเตรียมพื้นที่รอบสระว่ายน้ำให้สมบูรณ์แบบ จึงต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่มองทะลุข้อจำกัดของธรรมชาติ

SOLUMAT ขับเคลื่อนองค์กรในฐานะ Material Solution Partner เราไม่ได้มองลูกค้าเป็นเพียงผู้ซื้อสินค้า แต่เราคือเพื่อนร่วมทีมที่พร้อมนำเสนอความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ ทีมงานของเราพร้อมลงลึกในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อจำกัดหน้างาน การประเมินโครงสร้าง ตลอดจนการคัดเลือกเฉดสีที่สะท้อนอัตลักษณ์ของโครงการ เพื่อตอกย้ำความมั่นใจ (Project Confidence) ให้แก่คุณ

หากคุณกำลังพัฒนาโครงการ Hotel & Resort งาน Landscape หรือพื้นที่ Commercial ที่ต้องการยกระดับความสวยงามควบคู่กับฟังก์ชันการใช้งาน สามารถส่งแบบแปลนหรือพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ผ่านช่องทางด้านล่างนี้

🌐 https://solumat.co.th/

SOLUMAT Bangkok Branch | Tel: +66 2 726 6840

SOLUMAT Phuket Branch | Tel: +66 888 744 253

SOLUMAT Chiang Mai Branch | Tel: +66 888 924 0945

Line: @solumat

Solumat ให้ Solution ที่ใช่ และ Material ที่ชอบ