พื้นที่ดาดฟ้าคือจุดที่รับศึกหนักที่สุดของอาคาร ทั้งความร้อนสะสม รังสียูวีเข้มข้น แสงแดดแผดเผาตลอดวัน และน้ำฝนขังบนระนาบราบ การจัดสเปกพื้นไม้เทียมดาดฟ้าจึงไม่ได้วัดกันแค่เรื่องสีสันสวยงาม แต่ต้องคำนวณผ่านมุมมองทางวิศวกรรมสถาปัตยกรรม 3 ด้านหลัก ได้แก่ มวลน้ำหนักโครงสร้าง (Dead Load) ระบบระบายน้ำใต้พื้น และการทนทานต่ออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
1. มวลน้ำหนักโครงสร้าง และการเลือกโปรไฟล์ไม้พื้น (Solid vs Lite Decking)
การเพิ่มน้ำหนักลงบนพื้นคอนกรีตดาดฟ้าต้องสอดคล้องกับรายการคำนวณของวิศวกรโครงสร้าง การใช้ไม้จริงหนาๆ หรือแผ่นปูนหนักๆ มักไปสร้างภาระเกินจำเป็นให้กับพื้นตึกเดิม โซลูชันพื้นไม้ภายนอกดาดฟ้าในซีรีส์ Hybridwood Decking จาก SOLUMAT จึงถูกคิดค้นโปรไฟล์ออกมา 2 รูปแบบหลักเพื่อตอบโจทย์น้ำหนักหน้างานที่แตกต่างกัน:
Hybridwood TIMBER DECKING (ไม้พื้นชนิดตัน)
ออกแบบรับแรงกดทับอย่างต่อเนื่อง ให้ความแข็งแกร่งสูงสุดและสัมผัสใกล้เคียงไม้ธรรมชาติ เหมาะสำหรับโซนดาดฟ้าโครงการเชิงพาณิชย์ โรงแรม หรือพื้นที่ส่วนกลางสระว่ายน้ำที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น มีโปรไฟล์ให้เลือกตั้งแต่ขนาด AP-03 (25 x 75 มม.), AP-04 (25 x 100 มม.) ถึง AP-06 (25 x 150 มม.)
Hybridwood LITE DECKING (ไม้พื้นชนิดท้องเว้า M-Shape)
นวัตกรรมโครงสร้างฐานเว้า M-Shape ช่วยตัดมวลน้ำหนักที่ไม่จำเป็นออกโดยไม่สูญเสียความต้านทานแรงดัดตามหลักวิศวกรรม จึงช่วยลดภาระ Dead Load บนสลับดาดฟ้าได้อย่างเห็นผล พร้อมช่วยให้ช่างทำงานยกขนและติดตั้งได้รวดเร็วขึ้น มีโปรไฟล์รหัส GPM-04 (23 x 100 มม.), GPM-06 (23 x 140 มม.), LPM-04 (23 x 100 มม.) และ LPM-06 (23 x 150 มม.)
เปรียบเทียบสเปก Hybridwood Decking สำหรับงานดาดฟ้า
| รายละเอียดคุณสมบัติ | Hybridwood TIMBER DECKING | Hybridwood LITE DECKING |
|---|---|---|
| โครงสร้างวัสดุ | ไม้พื้นชนิดตันแน่นตลอดแผ่น | ไม้พื้นชนิดท้องเว้า M-Shape |
| การรับน้ำหนักและภาระโครงสร้าง | รับแรงกดทับต่อเนื่องได้สูงมาก | ตัดมวลน้ำหนักเบาลง ลดภาระ Dead Load บนอาคาร |
| ขนาดโปรไฟล์มาตรฐาน | AP-03 (25×75), AP-04 (25×100), AP-06 (25×150) | GPM-04/LPM-04 (23×100), GPM-06/LPM-06 (23×140-150) |
| พื้นผิวและสัมผัส (Surface) | Groove (เซาะร่อง G/L), Texture, Sand brush ปัดเสี้ยน | Groove (เซาะร่อง G/L) Sand brush (A), Sharp Woodgrain (Z) |
| พื้นที่การใช้งานที่เหมาะสม | สระว่ายน้ำดาดฟ้า, ลานอีเวนต์, ร้านอาหาร Rooftop | ระเบียงดาดฟ้าบ้านพักอาศัย, งาน Renovation ตึกเก่า |
2. ระบบระบายน้ำใต้พื้นและการป้องกันน้ำขังซึมเข้าอาคาร
ปัญหาใหญ่ที่สุดของดาดฟ้าคือ “น้ำขัง” การปูพื้น WPC ดาดฟ้า จะต้องไม่ไปปิดทับทิศทางการไหลของน้ำฝนเข้าสู่ช่อง Drainage หรือ Roof Drain การติดตั้งจึงต้องยกแผ่นไม้พื้นให้ลอยเหนือพื้นคอนกรีตผ่านระบบตอม่อปรับระดับ (Riser) หรือโครงคร่าวเหล็ก/อลูมิเนียม
การเว้นช่องว่างใต้อาคาร (Sub-structure Clearance)
ระยะความสูงใต้โครงคร่าวต้องมีอย่างน้อย 3-5 เซนติเมตร เพื่อให้น้ำฝนระบายผ่านไปตามสโลป (Slope) เดิมของพื้นได้อย่างสะดวก ป้องกันเศษขยะหรือใบไม้ไปอุดตันทางน้ำไหล
ระยะห่างระหว่างแผ่นไม้ (Plank Gap)
ต้องจัดระยะห่างระหว่างแผ่นไม้ตามสเปก 4-7 มิลลิเมตร เพื่อให้เป็นช่องทางลงของน้ำฝนลงสู่ระนาบด้านล่างโดยเร็ว ช่วยให้พื้นผิวไม้แห้งไว ลดความเสี่ยงลื่นล้ม
3. การรับมือแดดจัด อุณหภูมิสูง และการยืดหดตัวตามธรรมชาติ
พื้นที่ดาดฟ้าไม่มีร่มเงาบัง แผ่นไม้พื้นจึงสะสมความร้อนสูงตลอดวัน การเลือกใช้พื้น WPC ดาดฟ้า ต้องคำนึงถึงพฤติกรรมการยืดหดตัวตามอุณหภูมิ (Thermal Expansion) เป็นสำคัญ:
1. ระยะเว้นรอยต่อหัวไม้ (Butt-joint Gap)
บริเวณจุดต่อหัวไม้ต้องเว้นช่องว่างอย่างน้อย 4-7 มิลลิเมตร เผื่อแผ่นไม้ยืดตัวเมื่อสะสมความร้อนช่วงบ่าย ป้องกันแผ่นไม้ดันกันจนดันตัวโก่งพอง
2. การคัดเลือกผิวหน้ากันลื่น
พื้นดาดฟ้าเปียกฝนและโดนแดดจนแห้งสลับกัน ควรเลือกผิวสัมผัสแบบเซาะร่อง (Groove), ปัดเสี้ยน (Brush) หรือลายไม้แบบ Sharp Woodgrain (Z) เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะใต้ฝ่าเท้าขณะเดิน
3. การเลือกโทนสีสะท้อนความร้อน
เฉดสีโทนสว่าง เช่น Golden Teak (C01), Maple (C108) หรือ Thai Teak (C105) ช่วยลดการดูดซับความร้อนได้ดีกว่าโทนสีเข้มจัด ช่วยให้พื้นผิวไม่ร้อนเท้าจนเกินไปในยามใช้งานช่วงเย็น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติดตั้งพื้นไม้เทียมดาดฟ้า
Q1: พื้นไม้เทียมดาดฟ้า แบบน้ำหนักเบา (Lite Decking) แข็งแรงพอสำหรับจัดงานอีเวนต์หรือวางเฟอร์นิเจอร์หนักได้ไหม?
A: แข็งแรงอย่างสมบูรณ์แบบ รูปแบบท้องเว้า M-Shape ถูกออกแบบตามหลักวิศวกรรมเพื่อกระจายน้ำหนักลงสู่ตอม่อรับแรงได้อย่างสม่ำเสมอ สามารถวางชุดโต๊ะสนาม เก้าอี้เลานจ์ หรือจัดงานเลี้ยง Outdoor ได้โดยไม่เกิดการหักพัง เพียงแต่ต้องจัดระยะห่างของตอม่อโครงคร่าวรับน้ำหนักตามระยะที่ระบุในคู่มือติดตั้งอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้อาจเพิ่มระยะความถี่โครงสร้างจากเดิม 30 เซนติเมตรเป็น 20 ถึง 25 เซนติเมตรขึ้นอยู่กับน้ำหนักของวัตถุที่วางอยู่เหนือไม้เพื่อความแข็งแรง
Q2: การทำระบบระบายน้ำใต้ พื้น WPC ดาดฟ้า บนพื้นคอนกรีตเดิม ต้องเตรียมสโลปเท่าไร?
A: ควรมีสโลปพื้นคอนกรีตเดิมมุ่งสู่ Roof Drain อย่างน้อย 1:100 (1 เซนติเมตร ต่อระยะยาว 1 เมตร) และต้องตรวจสอบระบบกันซึม (Waterproofing Membrane) ให้เรียบร้อยก่อนตั้งตอม่อโครงคร่าว โดยห้ามยึดเจาะพุกสกรูทะลุชั้นกันซึมเดิมเด็ดขาด ควรใช้ระบบโครงคร่าวแบบวางลอยบนแผ่นยางรอง ปรับระดับด้วยไรเซอร์
Q3: พื้นไม้ภายนอกดาดฟ้า สะสมความร้อนจากแสงแดดกลางแจ้งมากน้อยเพียงใด และป้องกันอย่างไร?
A: ไม้เทียมโพลิเมอร์ทุกชนิดมีการสะสมความร้อนตามอุณหภูมิแวดล้อม ป้องกันได้โดยการเลือกใช้โปรไฟล์ไม้ที่มีช่องระบายอากาศใต้ท้องแผ่น เลือกใช้เฉดสีโทนอุ่นสว่าง และการเลือกผิวหน้าแบบปัดเสี้ยน (Brush) หรือเซาะร่อง (Groove) ซึ่งช่วยลดพื้นที่สัมผัสความร้อนโดยตรงใต้ฝ่าเท้าได้ดีกว่าผิวเรียบมัน
จัดสเปกหน้างานให้แม่นยำ พร้อมส่งแบบแปลนร่วมกับ SOLUMAT
งานดาดฟ้าเป็นสเปซที่ไม่มีคำว่าลองผิดลองถูก เพราะหากเกิดปัญหาน้ำขัง กันซึมรั่ว หรือโครงสร้างรับน้ำหนักเกิน ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงพื้นที่ชั้นล่างของอาคารทั้งหมด
ที่ SOLUMAT เรายืนหยัดในฐานะ Material Solution Partner ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ขายสินค้า แต่พร้อมทำหน้าที่เป็นพาร์ทเนอร์ลงลึกในแบบแปลนร่วมกับสถาปนิก วิศวกร และผู้รับเหมา ภายใต้แนวคิด “Argineer” (สถาปัตยกรรม + วิศวกรรม) เราพร้อมช่วยคำนวณระยะพาดช่วงตอม่อ ประเมินน้ำหนัก Dead Load เลือกขนาดโปรไฟล์ทั้งซีรีส์ TIMBER DECKING และ LITE DECKING พร้อมจัดสรรเฉดสีและผิวสัมผัสให้ตรงตาม Character ของโปรเจกต์ เพื่อส่งมอบโซลูชันที่ถูกต้อง แก้โจทย์หน้างานได้จริง และปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน
หากคุณกำลังออกแบบหรือเตรียมจัดสเปกพื้นไม้เทียมภายนอก สามารถส่งแบบแปลนเพื่อประเมินถอดปริมาณ หรือขอรับชิ้นงานตัวอย่างจริงไปทดสอบสัมผัสกับทีมผู้เชี่ยวชาญของ SOLUMAT ได้ทุกช่องทาง
SOLUMAT Bangkok Branch | Tel: +66 2 726 6840
SOLUMAT Phuket Branch | Tel: +66 888 744 253
SOLUMAT Chiang Mai Branch | Tel: +66 888 924 0945
Line: @solumat
Solumat ให้ Solution ที่ใช่ และ Material ที่ชอบ

